ชีวิตสอนให้รู้ว่า
- คนเก่งไม่ใช่คนที่พูดได้หลายภาษา แต่เป็นคนที่ยอมรับฟังสักภาษา
- คนจนไม่ไช่คนที่มีเงินน้อย แต่เป็นคนที่ต้องการมาก
- คนรวยไม่ใช่คนที่มีมาก แต่เป็นคนที่ต้องการน้อย
- คนที่ควรคบ คือ คนที่ยอมคบกับคนที่ไม่น่าคบ
- คนมองโลกแง่ดี มักหัวเราะเพื่อลืม เรื่องเศร้า แต่คนมองโลกแง่ร้าย มักลืมหัวเราะ
- คนมองโลกแง่ร้าย คือ ผู้ที่เห็นความยุ่งยากในทุกโอกาส ขณะที่คนมองโลกแง่ดีจะเห็นโอกาสในทุกความยุ่งยาก
- คนรักไม่ใช่แค่คนที่คุณจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย แต่เป็นคนที่คุณไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าไม่มีคนคนนี้
- ครู เป็นผู้ที่เปิดประตู แต่นักเรียนต้องเดินเข้าไปเอง
- หากเราควบคุมเงินไม่ได้ มันจะมาควบคุมเราแทน
- ความสามารถทำให้คุณไปถึงจุดสูงสุด แต่ความอ่อนน้อมทำให้คุณอยู่จุดนั้นได้นานสุด
- ความสำเร็จ มาจาก ส่วนผสมที่ดีระหว่าง “โอกาส” และ “การเตรียมตัว”
- ความสำเร็จของใครบางคนอาจอยู่แค่เอื้อม แต่กลับไม่เคยได้มันมา เพราะไม่รู้จักไขว่คว้า
- ความสุขเกิดกับตัวเองได้ หากทำให้เกิดกับคนอื่นก่อน
- ความสุขมีมากเพียงไรขึ้นอยู่กับว่า มีความทุกข์มาเปรียบเทียบมากแค่ไหน
- ความฉลาด เปรียบประดุจชุดชั้นในที่ทุกคนจำเป็นต้องสวมใส่ แต่ไม่จำเป็นต้องโอ้อวด
- “ความดี” เป็นการลงทุนประเภทเดียวที่ไม่เคยทำให้ใครล้มละลาย
- ความทรงจำ เปรียบดั่งซากศพของเหตุการณ์ที่ตายไปแล้ว แต่มีกลิ่นหอมหวน
- ความผิดพลาด ไม่ใช่ความผิด จนกว่าเราจะไม่ยอมรับมัน
- ความพยายาม คือ ความล้มเหลวของการล้มเลิก
- ความพอใจ ไม่ใช่การมีสิ่งที่ต้องการ แต่เป็นการต้องการสิ่งที่ตนมี
- ความมืดทั้งโลกก็ดับแสงเทียนเล่มหนึ่งไม่ได้
- ความมืด ยิ่งมากยิ่งทำให้เราเห็นดาวชัดเจนขึ้น
- ความเมตตา เป็นเสียงที่คนหูหนวกได้ยิน เป็นภาพที่คนตาบอดได้เห็น และเป็นภาษาที่คนใบ้สามารถพูดได้
- ความรัก เป็นเกมชนิดเดียวที่ต้องช่วยกันเล่น และจะไม่มีฝ่ายใดแพ้หรือชนะและเพียงผู้เดียว เพราะหากแพ้ก็แพ้ทั้งคู่ ถ้าชนะก็ชนะด้วยกัน
- ความรัก ไม่ใช่งานเลี้ยง ฉะนั้นอย่าได้มีวันเลิกรา
- ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอด แต่คนต่างหากที่ยอมตาบอดเพื่อความรัก
- ความรู้เป็นเสมือนหนังสือที่ไม่มีหน้าสุดท้าย
- คนฉลาด คือ คนยอมรับและรู้ว่าตนเองโง่แค่ไหน
GO EVERY WHERE YOU WANT TO GO HANG OUT ANYTIME.... and sometime when you can't say something with another
Thursday, November 30, 2006
สามสิ่งในชีวิต ที่ไม่หวนกลับ
เวลา คำพูด โอกาส
สามสิ่งในชีวิต ที่เราจะขาดเสียมิได้
ความสงบของจิตใจ ความซื่อสัตย์ ความหวัง
สามสิ่งในชีวิต ที่มีคุณค่าต่อชีวิต
ความรัก ความมั่นใจในตัวเอง เพื่อน
สามสิ่งในชีวิต ที่ไม่แน่นอน
ความฝัน ความสำเร็จ โชคชะตา
สามสิ่งในชีวิต ที่นำไปสู่ความพินาศ
เหล้า ความเย่อหยิ่ง ความโกรธ
แต่สิ่งที่หนึ่งในชีวิตที่แน่นอน
ไม่มีการทำที่ไม่ได้ ไม่มีการได้ที่ไม่ทำ
เวลา คำพูด โอกาส
สามสิ่งในชีวิต ที่เราจะขาดเสียมิได้
ความสงบของจิตใจ ความซื่อสัตย์ ความหวัง
สามสิ่งในชีวิต ที่มีคุณค่าต่อชีวิต
ความรัก ความมั่นใจในตัวเอง เพื่อน
สามสิ่งในชีวิต ที่ไม่แน่นอน
ความฝัน ความสำเร็จ โชคชะตา
สามสิ่งในชีวิต ที่นำไปสู่ความพินาศ
เหล้า ความเย่อหยิ่ง ความโกรธ
แต่สิ่งที่หนึ่งในชีวิตที่แน่นอน
ไม่มีการทำที่ไม่ได้ ไม่มีการได้ที่ไม่ทำ
Tuesday, November 28, 2006
ไปประชุมที่ขนส่งที่ขอนแก่นมา .. โอว..ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นการไปอีสานเป็นครั้งแรกของเราหรือเปล่า เพราะแบบว่า ไปแบบไม่เที่ยวที่ไหนเลย อย่างมาก ก็ sideseeing by yourself เพราะว่าไปถึงก็ตั้งแต่ ตี 5 ครึ่ง (งานเริ่มตอนเก้าโมงเช่า) เลยไม่รู้ว่าไปไหนดี ก็เลยเดินมันซะเลย เพราะอย่างน้อยก็มีแผนที่แล้ว (อนุเคราะห์โดยพี่ตุ๋ม)ก็เลยเดินมันเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ แถมใส่บาตรเล็กน้อย เพราะเดินทางมาต่างจังหวะดก็ซะหน่อย แต่แบบว่าของที่ใส่บาตรนี่ดิ ไม่ได้ลงทุนเอาซะเลยเรา เล่นเอาของกินที่ได้จากรถทัวร์มาใส่บาตร(น่า..ต้องดูที่เจตนาสิ) จากนั้นเราก็เดิน แล้วก็เดินจนมาถึงตลาด...อะไำรไม่รู้ รู้แต่ว่าอยู่ใกล้กับโรงแรมเจริญธานี ซึ่งก็ขายของกันคึกคักพอสมควร ไอ้เราก็พาดมื้อแรกด้วย โจ๊ก (โห..มาตั้งไกลกินโจ๊ก) ก็แบบว่าด้วยอีก 2 อย่าง ที่เหลือให้เลือก ได้เราก็ไม่ค่อยชอบซะด้วย อันหนึ่งก็คือ "จั๊บ" และอีกอัน ก็ "เส้น" ซึ่งอันหละงนี่ไม่เคยรู้จักเลย ก็เพิ่งมาเห็นนี่หละ คิดว่าคงขึ้นชื่อพอสมควร เพราะเห็นว่าที่นี่นิยมกินกัน มีทั้ง เช้าและเย็น หน้าตาก็คล้ายกัน ต่างกันก็คงเรื่องน้ำที่ใช้หละมั้ง จากนั้นเมื่อท้องเรามีแรงก็ออกเดินทางต่อโดยแบบว่ามั่นใจมาก สุดท้ายก็กลับกลายเป็นว่าเดินวนเล่น อยู่แถวโรงแรมนั่นแหละ เอาซะขาลากเลย เพราะเดินไปเดินมา ไม่รู้ไปไหน ..เสียดายรู้งี้เข้าไปนั่งหลับ ที่ lobby โรงแรมแต่แรกก็ดี เพราะง่วงเป็นบ้าเล ยแบบว่าแถบจะไม่ค่อยตั้งใจฟังเวลาที่บรรยายเลย เพราะแบบว่าจะง่วงบ่อยมาก ดีหน่อยที่ตอนบ่ายยังไำด้ขยับแข้งขา เพราะแบ่งเป็นสมัมนากลุ่มย่อย ๆ แ่ละห้องอีก แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มย่อย ก็โอเคนะ ทำให้รู้ว่าสาขานี้เอง ก็มีคนอยู่จำนวนนหนึ่งเหมือนกัน แต่แบบว่าเราไปแบบส่วนตัวไม่ได้ไปในนามมหาลัย หรือว่า ที่ทำงาน ก็เลยไม่รู้จักใคร ดีแล้วก็จะได้รู้สังคมว่าเขาอยู่กันเป็นยังไง และก็ทำให้คิดว่าเรายังห่างไกลอยู่อีกมาก หากยังขี้เกัยจอยู่อย่างงี้ เพราะกูคนอื่นแล้ว ขยันกว่าเราเยอะเลย แล้วก็บางทีหัวข้อไม่ต้องไปคิดให้มันยาก คิดง่าย ๆ แต่ไอ้ง่าย ๆ นี่หละ จะคิดยังไงให้มันลงและเราเข้าใจ ทำได้ และเป็นที่น่าสนใขของคนอื่นด้วย เพราะเท่าที่ดูไอ้ที่เราว่างั้น ๆ แต่คนอื่นสนใจกัน ..
..งานนี้เจอเอ๊ะด้วย มากับมหาลัย(มอชอ) ก็โอเคนะ ดูเรียบร้อยขึ้น หรือยังไงไม่รู้ แต่ก็เห็นว่าก็เหลือแต่ thesis แล้ว ไม่รู้ว่าเราจะจบหลังเอ๊ะไหมนี่ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกัันมาก เพราะเอ๊ะก็มากันเป็นหมู่คณะ แล้วไอ้เราก็ไม่ค่อยสุงสิงด้วยอยู่แล้ว ...
จบสมัมนาครั้งนี้ก็ประมาณเกือบ 6 โมง ได้อะไรมาบ้าง...อืมน่าจะรู้ว่าตัวเองยังด้อยกว่าคนอื่น ๆ อีกเยอะมาก ยังต้องขยันอีกเยอะ เพราะทั้งภาษาก็ไท่ได้เรื่อง การศึกษาก็ไม่แน่น ท่าทางว่าทางนี้เองเราก็ไม่รุ่ง...น่าอย่างน้อยก็ได้ไอเดียอยู่บ้างหละ..
ส่วนก่อนกลับก็ได้เจอขบวนแห่งิ้ว เจ้าแม่อะไสักอย่างนี่หละ ก็เลยเป็นตัวฆ่าเวลาได้อย่างดี เพราะเราต้องขึ้นรถตอน 2 ทุ่ม ก็เลยต้องหาอะไรทำอีกตามเคย .. ก็เลยได้ดูอะไรเพลิน ๆ ก่อนกลับ ด้วยสภาพ ที่เหนื่อยและล้าเหลือเกิน เพราะเราเล่นไปเช้าเย็นกลับเลย....ดีนะที่ว่าเทอมนี้มีเรียนตอนบ่าย ถ้าเรียนทั้งวัน มีหวังงานนี้เรียนไม่รู้เรื่องแน่...
Wednesday, November 22, 2006


BKK city music Fest.2006 เสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมา ก็ได้ไปดูมาแค่วันเสาร์เพราะเนื่องจากอารมณ์ขี้เกียจ บวกกับว่าต้องเสียตังค์ค่ารถไปดูแพงก็เลยไม่ไปซะงั้น (และไม่ไปวันอาทิตย์ดีแล้วเพราะกว่าจะเลิกก็ ตี 1) แต่ก็ชอบนะ มีแต่นักร้องดี ๆ เสียงแจ่ม ๆ ไม่ว่าจะเป็น กบเสาวนิต ตู่นันทิดา กบ อุ้ยระวิวัน ชรัส ปนัดดา นัท มีเรีย โอย..เยอะ..จนขี้เกียจพิมพ์ รู้แต่ว่าแต่ละคนร้องเพลงสด เพราะจริง ๆ แม้กระืทั่ง อ๊อฟเอง ที่เราไม่เคยได้ยินร้องสด มาคราวนี้ก็เออ..คนนี้ก็เก่งเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยอย่างเพลง คำถามที่ต้องตอบ ที่ว่าร้องยาก ๆ ก็ร้องได้ดีทีเดียว ถึงแม้ว่าจะมีหลบเสียงบ้าง แต่เป็นการหลบเสียงที่ใช้ได้ เพราะยังมีเพลงอื่นที่ต้องใช้พลังมากโขอยู่...อืมไม่เลว ส่วนเหล่าบรรดารุ่นเก๋าแล้ว อืม..ถือว่าทุกคนไม่มีที่ติ เห็นด้วยกบวันนั้นที่ว่าน่าจะจับกลุ่มนี้มาร้องเพลงกันสักอัลบั้มหรือไม่ก็จัดคอนเสิร์ตขึ้นมาสักครั้ง ก็ไม่เลว คิดว่าขายได้อย่างไม่ต้องประชาสัมพันธ์มาก ส่วนตัวงานก็โอเคนะ เพียงแต่ว่าอุบัติเหตุธรรมชาติที่ห้ามไม่ได้นี่คราวหน้าอาจต้องเลื่อนเวลาจัดให้ไกลออกไปอีกหน่อย เพราะไม่งั้นอาจโดนฝนหลงอีกก็ได้ แล้ว อาจจะหาที่ให้สามารถรองรับคนได้มากกว่านี้ เพราะปีหน้าคิดว่าคนจะต้องมามากขึ้นแน่นอน ส่วนเรื่องระบบเสียงนี่ก็อาจต้องจัดให้เหมาะกว่านี้...แต่ยังไงแค่นี้ก็อิ่มกับเพลงได้อีกครั้ง...พูดได้ว่ารู้สึกดี แต่ไม่รู้ว่าสุขไหม...แต่ก็น่าจะสุขได้ เพราะ..ดูเสร็จแล้วยิ้ม...ขอบคุณที่มีงานนี้เกิดขึ้น...

Friday, November 17, 2006


...งาน fat6 ที่ challenger hall ก็โอเคนะ .. เย็นดี ไม่ต้องกลัวร้อน หรือเปียก สบาย ๆ กว้างดี แต่ว่าอยู่ไกลไปหน่อย..แล้วครั้งนี้ก็ครั้งที่ 3 แล้วสำหรับเรา ทั้ง ๆ ที่เขามีมาเป็น 6 ครั้งแล้ว.... ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่เราไปงานได้สั้นที่สุด ไม่มีอารมร์ร่วมมากที่สุดก็ได้มั้งใน 3 ครั้งที่ไหปมา
... เอาเป็นว่าครั้งนี้วงานโดยร่วมก็ถือว่าสนุกดี ใช้ได้กับเรา แต่อาจเพราะว่าขนาดของพื้นที่ เนื้อหาของงานมีมาก จนเราขี้เกียจเดินดูเป็นเรื่องราว แต่ก็เดินดูโดยรอบหมดจริง ๆ ว่ามีอะไรบ้าง เดี๋ยวเวลาไปดูของคนอื่นจะดูแล้วนึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหน ..
แต่ไอเดียยักษ์วัดแจ้งนี่แจ่มจริง ๆ เสียดายที่ว่ามีแค่จุดเดียว ถ้ากระจายได้ทั้งงานก็คงดี แต่ก็ต้องเปลืองยักษ์อีก...
ส่วนพวกเวทีคอนเสิร์ตก็เยอะด เยอะจนว่า เราไม่ได้ไปดูเป็นเรื่องเป็นราวสักที่ แบบว่าอย่างมากก็เดินไปดูว่าหน้าตาเป็นยังไง คนเยอะไหมแค่นั้น...เสียดายแทน รู้งี้ไม่น่าเห่อซื้อบัตรแต่วันก็ดี..
....อันนี้อาจจะแปลก ๆ กว่าทุกครั้งหน่อยเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เกี่ยวกับที่ทำงาน แต่ก็ไม่เชิงซะทีเดียวหรอก เพราะประมาณว่าด้วยอารมณ์และนิสัยเราเองด้วยมั้ง ..ไม่รู้ว่าวันนี้ไปทำอะไรให้พี่เขาอีกแล้วหรือเปล่า ประมาณว่าโดนความรู้สึกที่ว่าหมั่นไส้ไงก็ไม่รู้ หรือว่าเราคิดไปเองอีกแล้ว(ว่ะ) แบบว่าไม่ค่อยทักค่อยคุยอย่างทุกที หรือว่าอารมณ์พี่เขาวันนี้เป็นอย่างงี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ... น่าเอาน่า เรา เดี๋ยวเป็นว่าเราก็คิดมากไปเองอีกหรือเปล่า เดี๋ยวดูว่าตอนบ่าย ๆ เอาว่าไง ยังเป็นแบบนี้อยู่ก็ซวยเราไป .. เดี๋ยววันจันทร์ก็คงหายเองหละ..
.. ไอ้เราเองก็อย่าเล่นให้มากนักก็แล้วกัน...
.. ไอ้เราเองก็อย่าเล่นให้มากนักก็แล้วกัน...
Friday, November 10, 2006
ปีนี้เป็นครั้งที่ 11 แล้ว แล้วก็เป็นครั้งที่ 4 ที่เรามาดู อืม...ไม่ว่ามาดูกี่ทีทำให้อยากกลับไปเล่นอีกสักครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นอีกหรือเปล่า แต่เห็นแน่ ๆ คือเด็กเดี๋ยวนี้เก่งกันมาก หรือว่าดู DCI กันมากด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะรูปกี่รูปหรือเพลงที่เอามาเล่น บางวงก็ดันเอามาทั้งยวงไม่มีปรับเปลี่ยนอะไรเลย ตั้งแต่ชุดจนถึงลายเส้นที่แข่ง เข้าใจนะว่าบ้านเราเก่งในเรื่องพวกนี้(ก๊อปปี้) แต่บางทีเราก็ควรจะมีอะรที่เป็นจุดยืนของเราบ้างสิ ไม่ใช่ว่าเราเอาของเขามาทั้งดุ้น จะว่าไปก็คงยาก เพราะเท่าที่ดูตอนนี้คนดูเองก็เริ่ม ๆ ติด รูปแบบ DCI กันเป็นแถวแล้ว เพราะดูได้จากความสนใจแต่ละอย่างวงไหน ที่เล่นคม ๆ หน่อยทางพวก Brass หือ กันเกียว ลองมาเงียบ ๆ สิ เอือย ๆ กัน ไม่สนใจกันเลย ก็ได้แต่หวังว่าเราคงไปได้ไกลกันกว่านี้
..แต่ที่แน่ ๆ ปีนี้ มงฟอร์ตกลับมาแข่งด้วย แต่เป็นวงเล็ก เพราะวงยังไม่พร้อม ด้วยเห็นว่าปีนี้ยามาฮ่าเองก็เกือบยกเลิกแล้ว แต่ก็แข่งอยู่แต่เลื่อนมาเร็วขึ้น เห็นมาสเตอร์อ้สนก็บอกว่าได้ซ้อมแค่ 20 กว่าวันเอง แต่ก็เก่งแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เรากลับไปเล่นจะตีได้ขนาดไหน เพราะนี่ก็ทิ้งมาก็จะเกือบ ๆ 10 ปีแล้ว มั้ง โห.....แก่มาก แล้วก็ได้เหรียญเงินกลับบ้าน ไม่เป็นไร กลับมาใหม่ได้ขนาดนี้ก็โอแล้ว เดี๋ยวมาดูว่าทหารไทยปีหน้าจะมาแข่งอีกหรือเปล่า อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณแล้วว่า MC กลับมาแล้ว แล้ว DARA BAND เราหละ เป็นยังไงบ้าง เงียบไปเลย เห็นว่าจะแข่ง concert ที่มหิดลด้วยปีนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง เพราะเท่าที่เห็นรายชื่อวงที่มาแข่งก็เอาเรื่องทั้งนั้นเลย แต่ยังไงก็สู้ ๆ ตั้งใจทำให้เต็มที่ แล้ว ผลออกมายังไงก็ต้องยอมรับกับผลที่ได้ ในเมื่อเราทำได้ที่สุดแล้ว
..แล้วปีนี้ก็จบลงด้วย ที่ ป.6 โรงเรียนเมืองนครราชสีมา ม.3 ก็เทพมิตร สุราษฎร์ ก็โอเลยนะวงนี้ โดยเฉพาะ color grad เจ๋งดี ดูรู้เลยว่าซ้อมมาสุดยอด ต้องมาดูต่อไปว่าจะเป็นยังไง นี่ก็อยากให้มาแข่งทหารไทยด้วย ส่วนม.6 ก็เป็นของบดินทร์ ก็โอเลยนะเหมือนกัน เพียงเสียดายแค่ว่าปีนี้ขาดอรรถวิทย์ไปไม่มาแข่งไม่งั้นมันแน่ เพราะของเทคโนภาค เอง ก็ใช้ได้เพียงแค่ว่าวันชิงดูจะด้อยกว่าวันแรก (แถมนี่ก็ลอกเขามาทั้งดุ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าบดินทร์เอาของคนอื่นมาหรือเปล่า เพราะนี่ช่วงแรก ๆ ก็บ้า Blue devil อยู่) ว่าไปก็อยากให้เชียงใหม่ได้มีโอกาสมาดูแข่งกันบ้าง จะได้รู้ว่าตอนนี้แต่ละวงเป็นยังไงกันบ้างแล้ว จะได้เอาไปปรับปรุงวงตัวเองบ้าง หรือไม่ก็อยากให้มีโอกาสมาแข่งบ้างก็ดี โดยเฉพาะ PRC ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นไงบ้าง ...
คิดถึงวง...
Monday, November 06, 2006
ู
โว้ว ๆ ได้ดูแล้วคอนเสิร์ต สีฟ้า หลังจากที่ว่าครั้งแรก ได้ดูจากแผ่น แต่คราวนี้ไปดูของจริง...เยี่ยม สุดยอด สนุกดี เสียดายอย่างเดียวตำแหน่งที่เรานั่งไม่ค่อยเวอร์ก เท่าไหร่ เพราะอินดอร์เราก็ไม่เคยไปเลยไมรู้ว่าข้างในเป็นยังไง ไม่งั้นก็นั่งแถว 1000 ก็ได้แล้ว โอเลยหละ เห็นภาพรวมเลย อันนี้เรานั่งค่อนมาทางด้านซ้าย(หันหน้าเข้าเวที)ก็เลยต้องเอียงนิด ๆ เวลาดู คอนเสิร์ตเริ่มตรงเวลาเป๊ะ..แถมเปิดมาก็อึ้งเลย เป็นบอย พีทเทกเกอร์ ออกมาร้องก่อน สวยมาก องค์ประกอบโดยรวมของเวทีนะ ยิ่งทำให้อยากทำงานด้านพวกนี้เลย (เดี๋ยวขอเรียนจบก่อนเหอะ) หลังจากนั้นก็ตามด้วยนักร้องหลัก ๆ ในอัลบั้มที่ออกมาร้องกันแบบม้วนเดียวจบ โดยที่ร้องเพลงของ "สีฟ้า" ที่เคยเขียนไว้ (เก่า ๆ ) เอามาร้องกันคนละเพลง 2 เพลง แบบว่าเออ เแจ่มเลยเหนาะ ที่ได้มาดูร้องสดอย่างงี้ แล้วก็เลยให้คิดว่าเพลงพวกนี้คิด ๆ ตมแล้ว ก็ประมาณว่าเข้ากับคนแต่งเลย ที่ต้องเสียของที่รักไป แล้วก็นึกถึง เยี่ยมจริง ๆ "สีฟ้า"
....ส่วนรูปส่วนใหญ่ที่ถ่ายนี่ก็ไม่ได้เรื่องอีกตามเคย เพราะเป็นถ่ายกลางคืน แถมก็อยู่ไกลอีกต่างหาก (นี่ว่า นั่ง 1200 แล้วนะ) ก็เลยสั่น ๆ เบลอ ๆ แต่พอถ่ายเป็นวีดีโอหละ แจ่มเลย แล้วพอมาถึงแขกรับเชิญก็ให้อึ้งอีก เพราะเป็นเบน ชลาทิศออกมาตอนช่วงของโบว์ร้อง สุดยอดเลยนะเสียงเขา ร้องดีกว่าเจ้าของเพลงอีกต่างหาก (ร้องเพลง อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ของ"เบิร์ด") ไม่รู้ว่าจะำด้มีโอกาสมาอยู่ที่นี่หรือว่าได้มาร่วมงานอะไรอีกไหม เพราะเสียดายแบบว่าออกมาร้องแค่เพลงเดียวเอง ที่อีตาบอย แล้วก็ร้องเยอะ(อย่างว่านักร้องในค่าย กับต่างค่าย)

..แต่ก็เกือบให้งงเพราะว่าตอนแรกไม่มีมาช่า มาเลย เพราะตามหลักแล้วต้องมี แล้วเจ๊แกก็มาโผล่เกือบช่วงท้าย ๆ แล้วที่สำคัญออกมาร้องแค่ 2 เพลง เอง คิดดูน้อยกว่านักร้องรับเชิญอีก น้อยกว่าโก้อีก ก็เลยไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็ยังดีก็มาแล้วกัน
แล้วจากงานนี้เองก็ให้ได้คิด(เอง)ว่า ถ้าเกิดทำเป็นร้องไป ทอล์กโชว์ไปก็ได้เลยเหมือนกันนะ เจ๊คิ้ม นี่ เพราะมุขเจ๊แกนี่กระจายฮาตลอดงานเลย แถมยังร้องเพลงก็เพราะอีกต่างหาก ยังไงโอกาศหน้ามาอีกต้องไปฟังเจ๊แกให้ได้ เพราะจริง ๆ เสียงแก .. แล้วก็จบลงด้วยที่ พี่นิ่มอกกมาร้องเพลง ขอแแค่คิดถึง ซึ่งคอนเสิร์ต ก็จบลงด้วยความประทับใจไปของใครของมัน เพราะเท่าที่ดูคือคนไทยยังไม่ค่อยมีมารยามในการดูเท่าไหร่ จะลุกก่อนเพลงจบอยู่พอสมควสร รวมทั้งว่าช่วงเวลาคอนเสิร์ตเล่นอีกต่างหาก ก็เข้าใจนะว่าแอร์มันเย็น แต่ก็หน้าจะทนสักนิด เห็นแล้วหงุดหงิด ...
จากนี้ก็ต้องรอเป็น CD ออกมา เพราะว่าจะได้เห็นชัด ๆ หลังจากต้องเพ่งตาดู แล้วก็จะได้เห็นบรรยากาศด้วยว่าใครมาบ้าง เพราะเห็นตากล้องวิ่งพล่านอยู่เหมือนกัน .. แล้วความสุขก็จบลงประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง

โว้ว ๆ ได้ดูแล้วคอนเสิร์ต สีฟ้า หลังจากที่ว่าครั้งแรก ได้ดูจากแผ่น แต่คราวนี้ไปดูของจริง...เยี่ยม สุดยอด สนุกดี เสียดายอย่างเดียวตำแหน่งที่เรานั่งไม่ค่อยเวอร์ก เท่าไหร่ เพราะอินดอร์เราก็ไม่เคยไปเลยไมรู้ว่าข้างในเป็นยังไง ไม่งั้นก็นั่งแถว 1000 ก็ได้แล้ว โอเลยหละ เห็นภาพรวมเลย อันนี้เรานั่งค่อนมาทางด้านซ้าย(หันหน้าเข้าเวที)ก็เลยต้องเอียงนิด ๆ เวลาดู คอนเสิร์ตเริ่มตรงเวลาเป๊ะ..แถมเปิดมาก็อึ้งเลย เป็นบอย พีทเทกเกอร์ ออกมาร้องก่อน สวยมาก องค์ประกอบโดยรวมของเวทีนะ ยิ่งทำให้อยากทำงานด้านพวกนี้เลย (เดี๋ยวขอเรียนจบก่อนเหอะ) หลังจากนั้นก็ตามด้วยนักร้องหลัก ๆ ในอัลบั้มที่ออกมาร้องกันแบบม้วนเดียวจบ โดยที่ร้องเพลงของ "สีฟ้า" ที่เคยเขียนไว้ (เก่า ๆ ) เอามาร้องกันคนละเพลง 2 เพลง แบบว่าเออ เแจ่มเลยเหนาะ ที่ได้มาดูร้องสดอย่างงี้ แล้วก็เลยให้คิดว่าเพลงพวกนี้คิด ๆ ตมแล้ว ก็ประมาณว่าเข้ากับคนแต่งเลย ที่ต้องเสียของที่รักไป แล้วก็นึกถึง เยี่ยมจริง ๆ "สีฟ้า"
....ส่วนรูปส่วนใหญ่ที่ถ่ายนี่ก็ไม่ได้เรื่องอีกตามเคย เพราะเป็นถ่ายกลางคืน แถมก็อยู่ไกลอีกต่างหาก (นี่ว่า นั่ง 1200 แล้วนะ) ก็เลยสั่น ๆ เบลอ ๆ แต่พอถ่ายเป็นวีดีโอหละ แจ่มเลย แล้วพอมาถึงแขกรับเชิญก็ให้อึ้งอีก เพราะเป็นเบน ชลาทิศออกมาตอนช่วงของโบว์ร้อง สุดยอดเลยนะเสียงเขา ร้องดีกว่าเจ้าของเพลงอีกต่างหาก (ร้องเพลง อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ของ"เบิร์ด") ไม่รู้ว่าจะำด้มีโอกาสมาอยู่ที่นี่หรือว่าได้มาร่วมงานอะไรอีกไหม เพราะเสียดายแบบว่าออกมาร้องแค่เพลงเดียวเอง ที่อีตาบอย แล้วก็ร้องเยอะ(อย่างว่านักร้องในค่าย กับต่างค่าย)

..แต่ก็เกือบให้งงเพราะว่าตอนแรกไม่มีมาช่า มาเลย เพราะตามหลักแล้วต้องมี แล้วเจ๊แกก็มาโผล่เกือบช่วงท้าย ๆ แล้วที่สำคัญออกมาร้องแค่ 2 เพลง เอง คิดดูน้อยกว่านักร้องรับเชิญอีก น้อยกว่าโก้อีก ก็เลยไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็ยังดีก็มาแล้วกัน
แล้วจากงานนี้เองก็ให้ได้คิด(เอง)ว่า ถ้าเกิดทำเป็นร้องไป ทอล์กโชว์ไปก็ได้เลยเหมือนกันนะ เจ๊คิ้ม นี่ เพราะมุขเจ๊แกนี่กระจายฮาตลอดงานเลย แถมยังร้องเพลงก็เพราะอีกต่างหาก ยังไงโอกาศหน้ามาอีกต้องไปฟังเจ๊แกให้ได้ เพราะจริง ๆ เสียงแก .. แล้วก็จบลงด้วยที่ พี่นิ่มอกกมาร้องเพลง ขอแแค่คิดถึง ซึ่งคอนเสิร์ต ก็จบลงด้วยความประทับใจไปของใครของมัน เพราะเท่าที่ดูคือคนไทยยังไม่ค่อยมีมารยามในการดูเท่าไหร่ จะลุกก่อนเพลงจบอยู่พอสมควสร รวมทั้งว่าช่วงเวลาคอนเสิร์ตเล่นอีกต่างหาก ก็เข้าใจนะว่าแอร์มันเย็น แต่ก็หน้าจะทนสักนิด เห็นแล้วหงุดหงิด ...
จากนี้ก็ต้องรอเป็น CD ออกมา เพราะว่าจะได้เห็นชัด ๆ หลังจากต้องเพ่งตาดู แล้วก็จะได้เห็นบรรยากาศด้วยว่าใครมาบ้าง เพราะเห็นตากล้องวิ่งพล่านอยู่เหมือนกัน .. แล้วความสุขก็จบลงประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง

ไปมาอีกรอบแล้วที่อัมพวาแต่คราวนี้เราไปกับพี่เล็ก พี่ตุ๋ม แล้วก็พี่โก๋ สนุกดี ไปอีกแบบ ... ไปกันคราวนี้ไวหน่อยเพราะพี่โก๋ขับรถไป ถึงก็ 5 โมงกว่า ๆ กำลังดี ถึงก็..ถ่ายใหญ่ เฉพาะพี่โก๋นะ ..เพราะว่าคราวนี้เราหนักไปทางทิ้ง(ทอด)อารมณ์มากกว่า เพราะคราวก่อนถ่ายไปเยอะแล้วก็เลยเก็บบรรยากาศมากกว่า ให้พี่เล็กกับพี่โก๋ถ่ายกันเอา แล้วคราวนี้ก็นอนหน้าบ้านตรงห้องโกงกางสมใจแล้ว แต่ดันมีกรรมมากวนตอนกลางคืนนี่สิ เซ็งเลย ประมาณว่ามีกลุ่มเหล้านั่งกินอยู่หน้าห้อง แบบว่าเกรงใจกันมาก ๆ ไม่รู้ว่าเลิกกันกี่โมง (ที่เลิกเพราะน้ำแข็งหมด ..ไม่งั้นคงล่อกันถึงเช้าแน่) เห็นพี่เล็กบอกว่าน่าจะเกือบ ๆ ตี 3 แม่เจ้า เอาเหอะ..ดีนะที่ว่ายังมีพี่อยู่ด้วย ไม่รู้ว่าถ้าไปคนเดียวจะซ่าไปว่าไหมหรือว่านอนบ่นไปจนหลับ
..แต่คืนที่ 2 ดีหน่อยตรงที่ว่าไปนอนบ้านป้างาม ซึ่งก็เงียบกว่าเพราะคนไม่เยอะพลุกพล่านเหมือนบ้านแม่อารมย์ แต่..ก็ยังมีเสียงจากทีวีบ้านข้าง ๆ นี่ก็เอาหลอนไปหลายชั่วโมงอยู่ กว่าจะหลับก็ไมรู้ว่ากี่โมงเหมือนกัน แต่ก็นอนหลับสบายดี นอนมุ้งด้วย.. หลังจากที่ไม่ได้นอนมานานตั้งแต่บ้านหลังเก่าที่เชียงใหม่ ...
ไม่รู้ว่าพี่เขาสนุกกันไหม เพราะส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมากกว่า มีไปเที่ยวกันบ้างก็ตลาด แล้วก็อุทยาน ร.2 เพราะเราก็ไม่ค่อยรู้่ว่าจะชวนไปไหนดี แต่ก็เห็นพี่เขาสนุกกันดี เสียดายแต่ก็แค่ว่าเรายังไม่ได้เล่นน้ำ เพราะเห็นน้ำใกล้ ๆ ก็ไม่กล้าเล่น เพราะว่าสะอาดเดินไป ทั้งซัก ล้าง อาบ ทิ้ง กันตรงนั้น ก็เลยว่าอย่าดีกว่า เอาแค่แกว่งเล่นก็เอาแล้ว แต่คราวนี้ก็ได้เครื่องเล่นใหม่เหมือนกัน "ว่าวน้ำ" เป็นประมาณว่าเป็นไม้เอามาตัดเป็นรูปที่เราอยากได้แล้วก็เจาะรู เชือกร้อย ก็คล้ายกับว่าวทั่วไป แต่ิัอันนี้เราเปลี่ยนมาเล่นในน้ำเท่านั้นเอง แต่น้ำอย่านิ่งไม่งั้นก็ไม่ไปไหน กว่าเราจะเอาได้ก็นานอยู่ ประมาณว่าทักษะของใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตไม่ได้เรื่องเลย

ส่วนเรื่องกินคราวนี้ก็กินแหลก แบบว่าไปไม่มีหิวเลย แบบว่ากินตลอด..กินแหลก อะไรพายผ่านมาหน้าบ้านหรือว่า ไปเดินที่ตลาดแล้วเห็นอะไรเอาหมด อย่างน้อยก็กัดเลยหละ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพี่ ๆ เขานะ เพราะไอ้เราก็กินยากอยู่ นู้น นี่ โน้น นั่น ก็ไม่ค่อยกิน ดีหน่อยที่ยังมีก๋วยเตี๋ยวเรือ คราวนี้ก็กินไม่มากเท่าคราวก่อน เพราะเกลี้ยงไปแค่ 3 ชาม ส่วนถ่ายรูปคราวนี้เราก็ไม่ได้มาเยอะเพราะคราวก่อนเอาไปเยอะแล้ว คราวนี้ก็เลยไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ จะหนักไปที่พี่โก๋ กับพี่เล็กที่ถ่ายกระจาย ส่วนเราก็ดักบรรยากาศแทน ไม่รู้ว่าคราวหน้าจะไได้มากันอีกหรือเปล่า กลัวว่าพี่เขาไม่สนุกกัน เพราะไม่ค่อยได้ไปไหนกันเท่าไหร่ หนักกิน ถ่าย(รูป) เดินไปมา(หน้าบ้าน) แต่ก็อบากไปอีกนะ สนุกดีอีกแบบไปกันเป็นแก๊ง ไม่เหงาเท่าไปคนเดียว เอ...ไงนี่ แต่ยังไงก็ชอบไปคนเดียวอยู่นะ

Subscribe to:
Posts (Atom)