Friday, December 26, 2008

ปีนี้กลับบ้านก่อน เวลานิดหน่อย โดยใช้สิทธิของการมี"พักร้อน" ก็เลยขอหน่อย ไหนดูสิ กลับบ้านเผื่อว่าอะไร ๆ หลายอย่างมันจะได้ดีขึ้น ไหนจะเรื่องเรียน ที่รู้สึกว่า ยิ่งกว่าเวรกว่ากรรมที่เลือกมาอีก ไม่น่าเลยตู (รู้งี้น่าจะเลิกตั้งแต่เทอมแรกให้รู้แล้วไป)

งานก็โอเคอยู่นะ ไม่ถึงกลับว้าไม่ได้ แต่เพียงว่าเราประเมินตัวเองดูแล้วเหมือนกับไม่ใช่คนที่ผ่านงานมาเยอะแล้ว อย่างกับเด็กเพิ่งจบใหม่ ยังมีพลาด ยังมีไม่ถูก ลืม .. (ซึ่งบางครั้งแอบคิดเข้าข้างเองแล้วว่าคนอะไรมันจะสมบูรณ์ทั้งหมด..) แต่ก็รู้สึกว่าน่าจะได้ดีกว่านี้ อย่างน้อยก็ทำงานให้ได้อย่างที่น่าจะทำได้ จากการคาดเดา และไว้วางใจจากหัวหน้างานบ้าง


เอาหละ เหลือเวลาอีกอาทิตย์กว่า ๆ กับการเตรียมตัวที่จะตั้งใจกับเรียนให้ดี ๆ อีกรอบนะแก....

Friday, August 29, 2008

เมื่อวาน...เย็น นัดเจอกันอีกครั้ง เหล่าบรรดาเพื่อน ๆ ดารา ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยการกินและเจอกันครั้งนี้เกิดจากอานิจสงค์ของการลงมาสัมมนาของป้าทัณแ ก็เลยได้โอกาสนัดเจอกัน ซึ่งก็มี เรา ปุด ทัณ แล้วก็เจี๊ยบ ซึ่งก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แถมกำลังจะโกอินเตอร์ด้วย (น่าอิจฉา) งานนี้เราไปก่อนเวลาเล็กน้อย เนื่องจากว่าไม่ไปทำงานก็เลยถึงได้แต่วัน (โดดงาน...) หลังจากรวบรวมพลพรรค เรียบร้อยก็มุ่งหน้าไปร้านชาบูชิ กัน อันนี้เนื่องจากมติของที่ประชุม เพราะว่าอันแรกที่เราเสนอตกไปอย่างสู้ไม่ได้ เพราะป้าแกบอกว่า hotpot ไม่อร่อย น้ำซุปก็จืด.. กรรม อดเลย แถมเจี๊ยบก็สนับสนุนอีกต่างหาก ก็เลยมาลงที่ร้านนี้แทน...

หลังจากนั่งรอคิวสักพัก ก็ถึงเวลาเจี๊ยะเรียบร้อย .. โรงเรียนดารา .. เสียงดังอีกต่างหาก แถมเวลากินก็เหมือนมีอะไรมาขวาง ๆ หน้า ไม่ค่อยเห็นหน้าคนตรงข้ามเลย อ้อ..ไอ้เจ้าเตาดูดควันนี่เอง บังหน้าตาจนมองไม่เห็นกันเลย สั่ง ต้องแอบเอียงมองกัน


... สั่งกันมามากมาย กว่าจะรู้ตัวว่าเจี๊ยบกินหมูไม่ได้ ก็เอาสามชั้นมาปิ้งบนเตาแบบว่าเฮ้ย.. เจี๊ยบจะกอนยังไง ซึ่งก็เหมือนเดิม คือ ไม่เป็นไร ไม่ถือ (ตั้งแต่เข้าค่ายแล้ว ...เจี๊ยบก็ไม่ว่า..) ก็เลยสั่งไก่ กับ ปลาหมึกมาเพิ่มอีกหน่อย แต่ไม่วายไอ้เราก็ดันทะลึ่งเอาซอสที่ทาซี่โครงมาทาไก่อีก ... แต่ว่าอันนี่เรากินเองเน้อ... กินกันไปกินกันมาก็แบบว่าจนจุกกันเป็นแถว เพราะว่าปลาก็กินไม่หมด เหลืออยู่หน่อย ข้าวยำก็เหลือ (สู้ตอนไปกินกับปริมไม่ได้เลยนะนี่) ..


จากนั้นก็พากันไปย่อย โดยการเดินชอปปิ้ง ซึ่งงานนี้ป้าฑัณแกได้อยู่คนเดียว...







อ้อ.. งานนี้ปุ้ยมาไม่ได้ เพราะว่างานยังไม่เสร็จ ส่วนปริมเรา ก็มาได้ เพราะว่าประชุมเลิกดึก ก็เลยพลาดกันไป

Wednesday, August 06, 2008


แต๊นแตน...เสาร์ที่ผ่านมาไปเป็นเพื่อน mamabigbig ที่ ดิโอ สยามมา (เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 ปี)เป็นห้างที่มีแต่ของเก่า ๆ สมชื่อห้างมาก ๆ เพราะทั้งรูปลักษณ์ของอาคาร หรือว่าแม้กระเบื้องที่ใช้ปูทางดินก็ออกแบบเก่า ๆ แต่ก็ชอบ แต่ให้มาเดินเองก็คงน้อยครั้งแน่นอน เพราะมีแต่เสื้อผ้าแม่ ๆ ทั้งนั้น ผ้าไหมงี้ ไม่มีอะไรให้เราเลือกเลย .. เหมาะแก่เหล่าบรรดาป้า ๆ ทั้งหลายมาเลือกเดิน (ไม่ได้ว่า mama น่ะ) คิดดู Mc ที่นี่ก็น่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ค่าเฉลี่ยอายุคนกินที่มากที่สุดตั้งแต่เจอมาก็ได้ ทั้งซิ้ม ทั้งเฮีย ..คุยกันโล่งเล้งน่าดู

อ๊ะ..คิดดูหลัง bigbig ยังเป็นุณลุงมานั่งร้องคาราโอเกะอยู่เลย(สุนทราภรณ์)

Friday, June 06, 2008

เปลี่ยนกล้่องแล้ว เย้ๆ ๆ หลังจากที่ว่าเล็ง ๆ มานาน อยู่พักใหญ่ ก็ำได้ฤกษ์ถอยออกมาเป็นเจ้าของสักที...
แล้วก็ได้นายแบบสุดเท่ห็์ หรือว่า จะเป็นดาราประจำกล้องก็ว่าได้ เพราะส่วนใหญ่ต้องมาลองมาฝึกกับหนุ่มน้อยคนนี้...

แต๋นแตร่น....นั่น ก็คือ น้องบิ๊ก หรือว่า โกโก หรือว่า บุตรชายของพี่ปุ๊ก และ พี่เป้านั่นเอง
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลักษณะของการไปเที่ยวสวนสาธารณะมากกว่า หรือไม่ก็แถว ๆ ห้อง เพราะว่าเจอกันก็เย็น ๆ แล้ว ...

ภาพที่ได้ก็อาจจะยังต้องปรับปรุงต่อไป ก็นะ เพิ่งเทินโปร ก็ต้องฝึกต่อไป ไม่รู้ว่าจะใช้ได้ก่อนที่นายแบบจะเข้าโรงเรียนไหมหนอ..

Tuesday, March 06, 2007



เย็น ๆ ๆ ขี้เกียจกลับบ้าน (แบบว่าพอบ้านไกลก็เริ่มเตลิด) ก็เลยไปหาอะไรถ่ายรูปเล่น ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วก็ตั้งใจจะมานานแล้ว เพราะเห็นประกาศมานานแล้วเกี่ยวกับการแสดงที่สวนสราญรมย์ ซึ่งเป็นสวนที่มาแล้วครั้งหนึ่งมั้ง แต่เนื่องจากไม่รู้ว่าชื่ออะไรก็เลยไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน (แต่ก็ไม่ยากเกินจมูกเราได้....) มาถึงก็ให้ได้อึ้งเลย แบบว่าเป็นช่วงการแสดงของกลุ่มลุ่มแม่น้ำปิง(มั้ง..ชื่อไม่จำตลอด) เมืองมาก ๆ จนที่ว่าต้องให้แม่ได้ฟังแบบว่าเมืองได้ใจ ไม่รู้ว่าคนที่นั่ง ๆ ฟังนี่เข้าใจกันบ้างไหมเพราะดู ๆ หน้าแล้ว ออกจะภาคกลางมาก ๆ เท่าที่รู้ก็มีการแสดงหลาย ๆ อย่างสลับกันไป จัดกันไปจนเกือบ ๆ หลังสงกรานต์โน้นหละมั้ง ทุก ๆ อาทิตย์ (น่าอิจฉาคนอยู่แถว ๆ นี้จัง)
เราก็เลยได้เริ่มยิงชัตเตอร์จากนี้ไป แต่จะว่าไปช่วงคั่นรายการก็มีพิธีกรที่ออกมาพูดทั้งไทย และอังกฤษ ซึ่งก็ถือว่าใช้ได้ เพราะเท่าที่ดูแล้วต่างชาติก็มีพอสมควร น่าเป็นแหล่งมาฝึกภาษาได้อยู่บ้าง จากนั้นก็ลองเดินดูรอบ ๆสวน ก็มีการจัดแบ่งการแสดงต่าง ๆ กันไป ทั้งการสาธิต บ้าน 5 ภาค ซึ่งจำลองมา รวมที่ขาดไม่ได้คือของกิน ก็มีทุกที่ แต่งานนี้เราไม่ได้อยู่จนถึงการแสดงแสง สี ตอนกลางคืน ด้วยอารมณ์ที่ว่าเบื่อแล้ว
ก็เลยลาจากไปก่อน(เอาไว้คราวหน้าค่อยมาใหม่) ก็เลยเลาะไปเรื่อย ๆ ข้างวัดพระแก้ว ก็เลี้ยวตัดมาสนามหลวงหลังจากคิดได้ว่าไปแวะท่าพระจันทร์หน่อยดีกว่า ก็เจอกับชีวิตครอบครัวยามเย็นของกรุงเทพ อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคือฤดูการเล่นว่าว อากาศก็เริ่มร้อนแล้ว แต่ตอนเย็นก็ยังไม่เลวร้ายนัก เพราะยังมีลมเย็น ๆ พัดให้ได้ให้หายเหนื่อย หลังจากลัดเลาะท่าพระจันทร์แล้ว ตัดผ่านธรรมศาสตร์แล้ว ก็ว่าจะกลับ้านแล้ว หูก็พลันๆ ได้ยินเสียงเล่นโขนจากหอประชุมแห่งขาติ ก็เลยต้องให้หักเลี้ยวแถบคอหัก อืม.....คนเยอะใช่ย่อยเลยนะนี่ (แบบว่าดู ๆ แล้ว ส่วนใหญ่อายุ 50 ขึ้นทั้งนั้น) ท่าทางจะเป็นแฟนตัวยงกันของกรมศิลฯแน่ ๆ ที่ไม่รวมนับเหล่าบรรดาผู้ปกครองของลิงน้อยที่คอยมาดูและให้กำลังใจ ไม่แน่ใจว่าเป็นตอนไหน ของวรรณคดี เพราะเราเข้ามาเจอก็น่าจะใกล้จบแล้ว โดยเดาเอาจากองค์ที่เหลือก็น่าจะเป็นแย่งหังกเศียรช้างหละมั้ง ก็โอเคเลย ดูตื่นตาดี อยากให้ต่างชาติได้เข้ามาดูเยอะจังเพราะอย่างน้อยก็เป็นของไทย ๆ และที่สำคัญก็ไม่เสียค่าเข้าชมด้วย เป็นการนั่งดูสบาย ๆ หรืออาจจะมีกล่องรับบริจาคเพื่อฃ่วยเหลือเรื่องค่าน้ำค่าไฟ ก็ได้ หรือว่าเป็นกองทุนของกรมต่อไปก็ได้ แต่ที่เรารู้อยู่อย่างคือ คุณปกรณ์ (หรือเปล่า) ที่เป็นพระเอกของกรมศิลฯ นี่เป็นขวัญใจของเหล่าบรรดาแม่ ๆ มาก เพราะส่วนใหญ่จะรอดู จากทีได้ยินคุยถึง ซึ่งเราไฃก็ไม่รู้ว่ายากแค่ไหน หรืออ่อนช้อยแค่ไหน แต่เท่าที่เคยได้ยินมาคือรำฉุยฉายจะเป็นอะไรที่ยากมาก แต่เห็นว่าเป็น ฉุยฉายไกรทอง (ซึ่งอันนี้เราก็นึกว่าจะเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้...เพราะดันลืมฟังว่าเป็นรำฉุยฉายก็เลยไม่มีตัวอื่นออกมา) เห็นว่ารำไปมอย่างงี้เหอะ เห็นเสร็จเล่นเอาหอยเหมือนกัน งานนี้ก็ได้มาลัยจากแม่ยกพอควรอยู่ จากกนั้นก็ต่อด้วยระบำกลองยาวชุดสุดท้าย ก็ไม่เชิงระบำกลองยาวหรอก เพราะเป็นหนังเล่นสลับร้อง(หรือว่ามีรำตอนท้าย..เพราะเราหนีกลับก่อน) ก็โอเคเลย เล่นตั้งเย็น ๆ แดดเริ่มตก จนฟ้ามืดนิด ๆ น่าจะมีการประชาสัมพันธืให้คนได้มาดูเยอะ ๆ จะได้ให้คนทำได้มีกำลังใจทำต่อไปเรื่อย ๆ ต่อไป


เสาร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสมากินสุกี้เรือนเพชรอีกครา….หลังจากห่างหายจากครั้งแรกก็นานอยู่ ไม่รู้ว่ากี่ปี...โหเกือบ ๆ จะ 3 ปีได้แล้วมั้ง เพราะตอนนั้นที่กินครั้งแรก ก็ยังอยู่รังสิตอยู่ ครั้งนี้ก็ทำงานแล้ว จะ 3 ปีแล้ว (โดยที่เจ้าภาพยังคนเดิม..แล้วไอ้เราก็ทำงานแล้วทำไมไม่จ่ายหา...) ซึ่งก็เหมือนเป็นการนัดเจอคุยกันอย่างไม่เป็นทางการเท่าไหร่ เพราะว่ากินกันเสร็จก็แยกย้ายจากกันไป เริ่มสังหารกันตั้งแต่เที่ยงนิด ๆ เสร็จก็เกือบบ่าย 2 (โห...กินหรือะไรหละนี่) ซึ่งดูแล้วว่าแต่ละคนก็ดูมีความสุขกันทั่วหน้า อย่างอาจารย์ฑิเองก็มากับแฟน พี่ออ (พูดน้อย เสียงเบา..แต่ใจดี) ส่วนเอ๊ก็มากับกฎ(ใช่เขียนงี้เปล่าอ่ะ) ใบก็มากับน้องกระถิน (ที่ยังคนงดูเงียบ ๆ ไม่คุย เหมือนเดิม) ส่วนดาวก็มาคนเดียวแต่ใช่ว่าจะเดียวดาย(เพราะมีคู่แล้ว) เพราะมีเรานั่งเม้าท์เป็นเพื่อนจนโดนทักว่าเดี๋ยวนี้พูดมากขึ้น... ดูโดยรวมแล้วก็เฮอามีความสุขกันดี เราก็โอเค เสียดายที่ว่าไม่ค่อยมีเวลาคุยกันมากกว่านี้ เอาไว้วันหลังค่อยเจอกันใหม่ ยังไงเราก็ยังไม่ไปไหนง่าย ๆ

Wednesday, February 28, 2007

Dying on the end of month!!!!
What happened in here? .. Finally they can't paid salary for us. Someone said that "may me gain it on 7th" what?!? It make me feel that this company is weakness. Many people looking for a new job, especially P Pued today he go to apply other job, it a signal for me to hurry find a new job too. And to hurry up for Thesis too.

Tuesday, February 20, 2007

.....ตะลุงตุงแช..ตุงแช ผ่านไปอีกปีแล้ว ตรุษจีนที่เยาวราช หรือปีใหม่จีน .. ปีนี้เราก็ไปเป็นครั้ง ที่ 3 แล้ว เท่ากับว่า เราก็มาอยู่ในกรุงเทพจะ 3 ปีแล้วสินี่....ปีนี้เราไปก็เกือบ ๆ จะ 2 ทุ่มแล้วมั้ง จากตอนแรกยังกะว่าจะไปฟังเพลงที่สวนลุมก่อน ก็ไม่ได้ไป ตัดสินใจมาที่นี่เลย แต่ก็ยังไม่ค่อยได้เดินดู เดินไหว้อะไรเท่าไหร่ เพราะยังติดพระเทพฯเสด็จอยู่ ซึ่งนับว่านานเอาเรื่องมาก ๆ เพราะขนาดเราตัดสินใจกลับก่อน ตอนประมาณ เกือบ ๆ 4 ทุ่ม แล้วมั้ง ท่านยังเสด็จไม่ถึงครึ่งทางของงานที่พระองค์ต้องเสด็จ งานนี้ยอมรับว่าประชาชนส่วนใหญ่รักท่านมากขนาดไหน เพราะบางคนมารอตั้งแต่ ยังไม่ 2 ทุ่ม จนกว่าท่านจะเสด็จมาถึงก็นานโข .. ยกเว้นเราที่สู้ไม่ไหว เพราะประมาณแค่ครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถอยทัพแล้ว หาอะไรกินเล่น ๆ สักหน่อย แล้วก็ค่อยกลับบ้าน จากตอนแรกยังกะว่าจะมาอีกวัน ก็ไม่ไหว เพราะเท่าที่ดูสภาพแล้ว ไม่เอื้อเลย ท่าทางว่างานนี้แก่ตัวไปเยอะหรือไม่ก็ร่างกายแย่มาก ๆ เอาใหม่ ยังไงซะ ภายในปีนี้ค่อยหาโอกาสมาใหม่อีกรอบ อย่างน้อยก็จะได้เดินคล่องกว่านี้ แต่บรรยากาศคงไม่ได้เท่า...



...เฮง เฮง เฮง...